Home
ABOUT US
TREATMENTS
 
  SERVICE
DENTISTS
 
                                                                                                     ภาษาไทย   l    ENG
DENTAL FEE
KNOWLEDGE
CONTACT US
การรักษาและการบริการ

ทันตกรรมแบบทั่วไป (General Dentistry)


การตรวจวินิจฉัยเป็นขั้นตอนเบื้องต้นที่มีความสำคัญมากที่สุด ซึ่งจะส่งผลให้ทันตแพทย์สามารถวางแผนการรักษาได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพสูงสุด ในบางกรณีอาจมีความจำเป็นในการถ่ายเอ๊กซเรย์และพิมพ์ปากเพื่อการวิเคราะห์โรค

  • การตรวจวินิฉัย การถ่ายเอ๊กซเรย์ การให้คำปรึกษาพร้อม การวางแผนการรักษา

เป็นขั้นตอนที่สำคัญอีกขั้นตอนหนึ่งสำหรับทันตกรรมสมัยใหม่ ช่วยในการวางแผนการรักษาที่ถูกต้องและเพื่อให้การรักษามีประสิทธิภาพสูงที่สุด

  • การขัดฟัน ด้วยผงขัดที่ผสมฟลูออไรด์ เพื่อกำจัดคราบอาหารหรือหลัง ขูดหินปูน ทำให้ผิวฟันเรียบรื่นยากที่ คราบอาหารหรือ หินปูนกลับมาติดอีกครั้ง
  • ขูดหินปูน เป็นวิธีการทางทันตกรรมอย่างหนึ่งที่ช่วยกำจัดคราบหินปูนที่ติดบนผิวฟันซึ่งเป็นสาเหตุของฟันผุและโรคเหงือกอักเสบ
  • การอุดฟัน เป็นการกรอบริเวณที่ผุออกแล้วจึงทำการอุดด้วยทันตวัสดุ เช่น วัสดุอมัลกัม วัสดุเรซินสีเหมือนฟัน หรือ Inlays & Onlays

 

 

ทันตกรรมโรคเหงือก ( Periodontic Dentistry)

Pedodontics   โรคปริทันต์
โรคปริทันต์ (Periodontal Disease) หรือที่คนทั่วไปเรียกว่า โรคเหงือกอักเสบ แต่จริงๆแล้ว โรคปริทันต์ มิได้มีการอักเสบเกิดขึ้นแค่ที่เหงือกเท่านั้น แต่เป็นโรคที่เกิดขึ้นได้กับอวัยวะรอบๆฟัน อันได้แก่ เหงือก, กระดูกเบ้าฟัน, เอ็นยึดปริทันต์ และ ผิวรากฟัน
โรคเหงือกอักเสบ Gingivitis
โรคเหงือกอักเสบ (Gingivitis) เป็นอาการอักเสบของเหงือกซึ่งเกิดจากปัจจัยต่างๆ เช่น การสูบบุหรี่ ผลข้างเคียงของการรับประทานยาบางชนิด และการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนในร่างกาย เป็นต้น
โรคเยื่อหุ้มฟันอักเสบ Periodontitis
โรคปริทันต์อักเสบ หรือ โรคเยื่อหุ้มฟันอักเสบ (Periodontitis) มักก่อให้เกิดการละลายของรากฟัน เป็นสาเหตุของอาการฟันโยกและอาจต้องทำการถอนฟันทิ้งไปในที่สุด และยังเป็นสาเหตุของกลิ่นปากอีกด้วย

สาเหตุของโรคปริทันต์
สาเหตุเบื้องต้น คือ เชื้อแบคทีเรียบางชนิดที่มีอยู่ในช่องปากซึ่งเจริญเติบโตเพิ่มจำนวนขึ้นในสภาวะที่เหมาะสม กล่าวคือการมีคราบอาหารจำพวกแป้งและน้ำตาลที่เกาะบนผิวฟัน และจากการที่เราทำความสะอาดฟันไม่ดีพอ ทำให้คราบอาหารเหล่านี้กลายเป็นอาหารของแบคทีเรีย ทำให้แบคทีเรียเจริญเติบโตและเพิ่มจำนวนขึ้นแผ่กระจายไปบนผิวฟัน ที่เราเรียกกันว่า แผ่นคราบจุลินทรีย์ แบคทีเรียพวกนี้เมื่อมีการบริโภคอาหารจำพวกแป้งและน้ำตาลเข้าไปจะปล่อยกรดและสารพิษออกมา เป็นตัวกระตุ้นให้เกิดปฏิกิริยาการอักเสบ ผลคือทำให้เหงือกบวมแดงอักเสบและมีเลือดออก ทำให้เกิดการทำลายอวัยวะปริทันต์ แผ่นคราบจุลินทรีย์ไม่เพียงแต่จะมีแค่ส่วนตัวฟันที่อยู่เหนือขอบเหงือกเท่านั้น แต่ยังเกิดขึ้นในส่วนใต้ขอบเหงือกที่เรามองไม่เห็น ส่วนนี้เองที่ทำให้เกิดโรคปริทันต์ลงสู่กระดูกเบ้าฟัน ผลคือทำให้กระดูกเบ้าฟันละลาย ทำให้ล่องเหงือกลึกลงไปเรื่อยๆ ทำให้ฟันไม่ยึดติดกับเหงือกและก่อให้เกิดหนองในร่องปริทันต์ ทำให้รู้สึกเจ็บเหงือกและอาจมีอาการปวดเมื่อเคาะที่ตัวฟันและฟันโยกได้ ถ้าปล่อยทิ้งไว้เหงือกและกระดูกเบ้าฟันจะถูกทำลายลงเรื่อยๆจนในที่สุดก็อาจจะต้องสูญเสียฟันซี่นั้นไป เนื่องจากสูญเสียอวัยวะรอบฟันที่ช่วยในการยึดเกาะฟันไว้กับขากรรไกร
อธิบายอีกนัยหนึ่ง คือ คราบเชื้อโรคเมื่อเกาะบนผิวฟันนานๆกลายเป็นคราบหินปูน เมื่อมีคราบหินปูนก็เป็นที่สะสมของคราบเชื้อโรคมากยิ่งขึ้น เมื่อคราบหินปูนและแบคที่เรียสะสมมากขึ้นและนานขึ้น จะเพิ่มปริมาณลึกลงไปใต้ขอบเหงือก ทำให้การอักเสบลุกลามลงไปยังอวัยวะปริทันต์ทั้งหมด จึงเกิดการทำลายอวัยวะปริทันต์ตามมา

 

อาการบ่งชี้ว่าเป็นโรคปริทันต์
1. มีเลือดออกตามไรฟันขณะแปรงฟัน
2. เหงือกบวมแดง
3. มีกลิ่นปาก
4. เหงือกร่น
5. อาจมีหนองออกตามร่องเหงือก
6. ฟันโยก


การรักษาโรคเหงือกควรจะรีบทำการรักษาในทันทีที่มีการตรวจพบว่าเป็นโรคเหงือก เพราะหากปล่อยไว้จะทำให้การรักษายากยิ่งขึ้น หากพบอาการของโรคเหงือก ควรจะเข้าพบทันตแพทย์ หรือทันตแพทย์เฉพาะทาง เพื่อที่จะทำการรักษาแต่เนิ่น ๆ เพราะหากปล่อยไว้ โรคเหงือก จะทำให้สูญเสียฟันได้


ขั้นตอนการรักษาโรคเหงือก
เมื่อทราบสาเหตุแล้วว่า โรคปริทันต์ ว่าเกี่ยวข้องกับการสะสมของคราบหินปูน จึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่การรักษาจะต้องมีการขูดหินปูน และเกลารากฟัน(root planing) ร่วมด้วย คำว่าเกลารากฟันนี้อาจจะเป็นศัพท์ใหม่ ที่คนทั่วไปไม่ค่อยคุ้น แปลไทยเป็นไทยได้ว่า ทำผิวรากฟันให้เรียบ (เกลา = ทำให้เรียบ) คือการกำจัดคราบหินปูนและคราบเชื้อโรคที่เกาะบนรากฟันให้หมด จนได้ผิวรากฟันที่เรียบแข็ง ช่วยให้เหงือกกลับมายึดได้ดีขึ้น

การรักษาสำหรับการสูญเสียเหงือก
เนื้อเยื่อของเหงือกสามารถสูญเสียได้ เกิดจากหลายสาเหตุ รวมถึง โรคเหงือก, การติดต่ออย่างรุนแรง หรือเป็นแผล หรือการถอนฟัน ในหลาย ๆ กรณีที่เหงือกถอยร่นไป สร้างปัญหาด้านความสวยงาม เช่นในกรณีการปลูกเนื้อเยื่อเหงือกเป็นการแก้ไขความผิดปกติ หรือเป็นการป้องกันก่อนที่จะลุกลาม
หากการสูญเสียเหงือกรุนแรง อาจจะนำวิธีการนำเหงือกเทียมถอดได้มาใช้ ทำจากพลาสติกที่มีความยืดหยุ่น นำมาปรับให้ได้รูปกับตัวฟัน และคลุมช่องว่างระหว่างฟัน ซึ่งต้องทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ

Full Crowning หรือการเคลือบฟัน สามารถนำมาใช้ได้เพื่อปกปิดเนื้อเยื่อที่สูญเสียไป แต่โดยปกติไม่แนะนำให้ใช้วิธีนี้ หากฟันต้องการทำให้ดีดังเดิม ทางที่เป็นไปได้ใช้ composite resin ในการสร้างเนื้อฟันและปิดช่องว่าง ปกตินิยมทำการ เพราะเป็นการลดค่าใช้จ่าย และกรอเนื้อฟันออกเพียงเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม การทำอย่างนี้ต้องทำซ้ำเมื่อเวลาผ่านไปไม่กี่ปี และไวต่อการเกิดคราบ

การรักษาสำหรับเหงือกร่น
เหงือกร่นเป็นต้นเหตุของโรคเหงือก ซึ่งจะเป็นปัญหาของความสวยงามด้วยเช่นกัน ถ้าคุณยิ้มแล้วเห็นเหงือก โดยเฉพาะหากคุณมีครอบฟัน (Crowns) หากเหงือกร่น จะทำให้เห็นตัวฟันที่แท้จริงที่ไม่ได้บังไว้ ซึ่งรากฟันของคุณนั้น ปกติจะสีคล้ำกว่าตัวครอบฟัน หรือคุณอาจจะพบว่าขอบของวัสดุหรือ Porcelain จะแสดงออกมาให้เห็น ไม่ว่าจะสาเหตุอะไรก็ตาม แม้ว่าครอบฟันนั้นจะทำได้เหมือนธรรมชาติเท่าไรก็ตาม


เมื่อเหงือกร่นแล้ว โดยปกติเหงือกจะไม่สามารถกลับมาเหมือนเดิม ทันตแพทย์อาจจะแนะนำ ให้ผ่าตัดตกแต่งฟัน ถึงแม้ว่านำเนื้อเยื่อมาแทนที่ระหว่างฟันนั้น ไม่สามารถคาดเดาได้ ทันตแพทย์สามารถปกปิดฟันซี่นั้นได้



การปกปิดทำได้โดย ย้ายบางส่วนของครอบฟัน และราก แล้วทำการยึดช่องว่างด้วย Composite Resin เพื่อปิดบังขอบของโลหะ หรือการเปิดราก อย่างไรก็ตาม เป็นการยากที่จะรักษาความสวยงามนี้ไว้ มีทางเลือกที่ดีกว่า คือการทำให้สีของโลหะค่อย ๆ จางลง หรือปกปิดด้วย Composite ที่สีเข้มกว่า ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่วิธีที่ดีที่สุด ซึ่งการแก้ปัญหาคือการทำครอบฟันใหม่มาแทนที่



ทางที่ดีที่สุดที่จะหลีกเลี่ยงจากเหงือกร่น คือการรักษาสุขอนามัยภายในช่องปาก และให้ทัตแพทย์ทำความสะอาดให้ปีละ 3-4 ครั้ง เช่นเดียวกัน ทำการทำความสะอาดทันทีหลังจากใส่ครอบฟัน แม้แต่เนื้อเยื่ออักเสบบวม หากมีแบคทีเรียสะสมรอบ ๆ เหงือกจะกระทบที่เนื้อเยื่อและทำให้เหงือกร่นได้



วิธีการรักษาโรคเหงือกประกอบด้วย

  • การเกลารากฟันและขูดหินปูน

การเกลารากฟันและขูดหินปูน เป็นวิธีการเบื้องต้นในรักษาโรคเหงือกอักเสบและโรคเยื่อหุ้มฟันอักเสบ

  • ศัลยกรรมตกแต่งเหงือกเพื่อความสวยงาม

การผ่าตัดเพื่อตกแต่งเหงือก โดยทั่วไปมักทำเพื่อเพิ่มความสวยงามให้แก่รอยยิ้ม

  • ศัลยกรรมปลูกถ่ายเหงือก

การปลูกถ่ายเหงือกเป็นวิธีการแก้ปัญหาเหงือกร่น โดยวิธีการนี้จะช่วยเพิ่มปริมาณและความหนาของเหงือกในบริเวณที่เกิดการเหงือกร่น

  • ศัลยกรรมเหงือกเพื่อเพิ่มความยาวของฟัน

การผ่าตัดเหงือกเพื่อเพิ่มความยาวของฟัน โดยปกติจะทำกับฟันหน้า เพื่อเพิ่มความสวยงามให่กับฟันที่เข้ารับการทำครอบฟันหรือเคลือบผิวฟันเพื่อความสวยงาม




 

ทันตกรรมเพื่อความงาม (Cosmetic Dentistry)

  • การฟอกสีฟัน

  • ศัลยกรรมเหงือกเพื่อเพิ่มความยาวของฟัน

การผ่าตัดเหงือกเพื่อเพิ่มความยาวของฟัน โดยปกติจะทำกับฟันหน้า เพื่อเพิ่มความสวยงามให่กับฟันที่เข้ารับการทำครอบฟันหรือเคลือบผิวฟันเพื่อความสวยงาม


ระบบการฟอกสีฟันระดับมืออาชีพ

  • ระบบการฟอกสีฟันระดับมืออาชีพ ที่ช่วยทำให้รอยยิ้มของท่านขาวขึ้นอย่างเห็นได้ชัดถึง 8 เฉด ภายใน 45 นาที
  • ZOOM! ใช้เทคโนโลยีลิขสิทธิ์เฉพาะในการฟอกสีฟันอย่างมีประสิทธิ์ภาพ รวดเร็วและปลอดภัย เหมาะสำหรับผู้ที่มีเวลาน้อยและต้องการเห็นผลอย่างรวดเร็ว
  • ขั้นตอนการทำงานของ ZOOM! เริ่มต้นโดยใช้เวลาเพียงเล็กน้อย ปกปิดผิวหนังรอบปาก ตลอดจนเหงือกให้พ้นจากการโดนแสง เว้นไว้เพียงบริเวณผิวหน้าของฟันที่ต้องการฟอกสีฟันเท่านั้น จากนั้นทันตแพทย์จะทาเจลที่ได้ออกแบบมาให้ทำงานควบคู่กับแสงจากเครื่อง ZOO! เพื่อกระตุ้นให้เจลแตกตัวและปล่อยสารที่มีคุณสมบัติกำจัดสีซึมผ่านเข้าไปในเนื้อฟัน เพื่อฟอกสีฟันให้ขาวขึ้น ผลของการฟอกฟันนี้ จะคงอยู่ได้นานเท่าใด ขึ้นอยู่กับการดูแลฟันหลังการฟอกสี โดยเฉลี่ยแล้วจะอยู่ได้ประมาณ 2 ปี

ขั้นตอนในการฟอกสีฟัน
1. การตรวจพิเคราะห์ด้วยภาพถ่ายและแผงเทียบสีฟัน

  • ตรวจภายในช่องปากและปรึกษาทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ                                        
  • ถ่ายภาพร่วมกับแผงเทียบสีฟัน*
  • แปรงฟันด้วยยาสีฟันก่อนการฟอกสีฟันขาว

 

2. การเตรียมความพร้อม

  • สวมแว่นป้องกันดวงตา
  • ใส่เครื่องช่วยขยายริมฝีปากร่วมกับการทาครีมกันแสง
  • ใช้เครื่องช่วยกำหนดตำแหน่งหัวฉายแสง

             

         

3. การเตรียมความพร้อมของเหงือกและฟัน

  • ใช้กระดาษปิดหน้าอกกันเปื้อน
  • ใช้กระดาษกันเปื้อนปิดใบหน้า
  • ใช้สำลีกั้นน้ำลาย ป้องกันไม่ให้น้ำลายไหลออกมานอกริมฝีปาก
  • ทาเรซินป้องกันเหงือกที่ละครึ่งของขากรรไกร
  • ปิดทับรีมฝีปากล่างที่ทาครีมวาสลีนแล้ว ด้วยแผ่นผ้าก๊อซขนาด 2x2 แผ่นบางๆ
  • ทาเจลฟอกฟันขาวลงบนฟันหนาประมาณ 1-2 มม.



6. การฉายแสง

  • จัดตำแหน่งหัวฉายแสงให้แสงขนานกับแนวการสบฟัน
  • เครื่องช่วยกำหนดตำแหน่งหัวฉายแสงแตะสัมผัสกับหัวฉายแสง เริ่มการฉายแสง
  • คนไข้สามารถปรับท่านอนที่เหมาะสมและ relax ระหว่างฟอกสีฟัน


คุณประโยชน์ของการฟอกสีฟัน

  • แก้ไขปัญหาฟันที่มีสีคล้ำ สีน้ำตาล สีเหลือง และมีคราบต่างๆบนฟัน ให้มีความขาวมากขึ้น
  • สามารถทำได้ในบุคคลทั่วไป
  • สามารถปรับปรุงรอยยิ้มให้มีฟันขาว สว่าง เงางาม ช่วยให้ดูสดใสมากยิ่งขึ้น

ประเภทของการฟอกสีฟัน

การเลือกวิธีของการฟอกสีฟันขึ้นอยู่กับความต้องการของแต่ละบุคคล

  • การฟอกสีฟันด้วยเลเซอร์ที่ทำโดยทันตแพทย์ในคลินิก
    In-office bleaching (การฟอกสีฟันในคลินิก) ทำได้ 2 วิธี
  • การฟอกสีฟันโดยการใช้แสงเลเซอร์ฟอกสีฟัน (Laser Tooth Whitening) แสงเลเซอร์ที่ใช้เป็นพลังงานแสงประสิทธิภาพสูงที่ให้ความร้อนต่ำสามารถกระตุ้นปฎิกิริยาเคมี ในเจลฟอกสีฟันทำหน้าที่ดึงรงควัตถุเม็ดสี (Colour Pigments) ได้อย่างมีประสิทธิภาพและยัง สามารถกำหนดทิศทางของแสงได้ดีกว่าเครื่องฉายแสง U.V. ทั่วไปที่มีรัศมีวงกว้างและให้ความร้อนสูง วิธีการนี้จึงมีความปลอดภัยไม่ก่อให้เกิดอันตรายและระคายเคืองต่อเหงือก โดยใช้ระยะเวลาในการทำประมาณ 45 นาที
  • การฟอกสีฟันโดยการใช้เแสงเย็น (Cold Light) เป็นเทคโนโลยีระบบการใช้แสงเย็นและอุณหภูมิที่ต่ำ และใช้สูตรการฟอกสีฟันที่ได้รับพัฒนาปรับปรุงพิเศษ ทำให้กระบวนการของการฟอกสีฟันเป็นผลและได้ประสิทธิภาพอย่างรวดเร็ว โดยใช้ระยะเวลาการฟอกสีฟันประมาณ 30-60 นาที ไม่ทำลายเคลือบฟัน และไม่ทำให้ฟันเกิดการเสียหาย

การฟอกสีฟันโดยการใช้เครื่องฉายแสง U.V. (แสงสีฟ้า) เป็นการฟอกสีฟันด้วยพลังงานแสงความร้อน ที่มีรัศมีวงกว้างไปกระตุ้นปฎิกิริยาเคมีในเจลฟอกสีฟัน ข้อดีคือสามารถฟอกสีฟันได้ในระยะเวลาประมาณ 1 ชั่วโมง โดยไม่ต้องนำกลับไปทำทีบ้าน ผลข้างเคียงเฉพาะบางรายอาจทำให้เหงือกมีอาการเจ็บแสบ แดง หรืออักเสบ รวมทั้งอาจทำให้มีอาการเสียวฟัน มากหรือน้อยขึ้นอยู่กับชนิด ความเข้มข้นของสารที่ใช้ รวมทั้งระยะเวลาที่ใช้ฟอกสีฟัน อาการเหล่านี้จะเกิดขึ้นช่วงสั้นๆในขณะที่ทำการฟอกสีฟันซึ่งจะค่อยๆหายไปเมื่อหยุดฟอกสีฟัน

  • การฟอกสีฟันแบบนำอุปกรณ์และน้ำยาไปทำเองที่บ้าน Home Bleaching (การกลับไปฟอกสีฟันเองที่บ้าน)

การฟอกสีฟันโดยการนำน้ำยาฟอกสีฟันกลับไปฟอกสีฟันเองที่บ้าน ภายใต้การควบคุมดูแลของทันตแพทย์ เป็นระยะๆ คนไข้จำเป็นต้องพิมพ์ปาก ทำถาดพลาสติกสำหรับใสสารฟอกสีฟันให้คนไข้เฉพาะราย โดยถาดฟอกสีฟันจะต้องแนบพอดีกับตัวฟันและเหงือก และมีที่ว่างสำหรับใส่เจลฟอกสีฟัน โดยต้องใส่ทิ้งไว้ตลอดคืน นาน 10-15 วัน โดยทั่วไปในระหว่างการฟอกสีฟัน ทันตแพทย์จะนัดกลับมาประเมิณผลสัปดาห์ละ 1 ครั้ง เพื่อพิจารณาปรับความเข้มข้นของสาร และระยะเวลาในการทำแต่ละครั้งให้เหมาะสมต่อไป
ขั้นตอนของการเข้ารับการจัดทำชุดฟอกสีฟันแบบทำเองที่บ้าน

  • ขั้นตอนการตรวจวินิจฉัยความเหมาะสมและการพิมพ์ปากเพื่อทำถาดฟอกสีฟัน
    • ทันตแพทย์จะทำการตรวจสภาพฟันและทำการพิมพ์ปากเพื่อทำถาดฟอกสีฟัน
    • ช่างทันตกรรมประดิษฐ์จะทำถาดฟอกสีฟัน

      ถ้าเสน่ห์รอยยิ้มฟันขาวเป็นประกายที่โดดเด่นกว่าใคร คือสิ่งที่คุณต้องการ
      เสกประกายฟันขาวง่ายๆ ด้วยตัวเอง
      Easy Time Easy Teeth Whitening
      With Daywhite/ Nitewhite
      ชุดผลิตภัณฑ์ฟอกฟันขาว เดย์ไวท์และไนท์ไวท์
      ชุดผลิตภัณฑ์ฟอกฟันขาวที่คุณทำเองได้ง่ายๆที่บ้าน |

      ไม่เหมือนใครด้วย ACP

      ACP หรือ Amorphous Calcium Phosphate เกิดจากการวมตัวของสารละลายที่มี
      Calcium ion+ Phosphate ion
          ร่างกายคนเราจะเลิกผลิตแคลเซียมประมาณอายุ 20ปี ซึ่งน้ำยาฟอกสีฟันของzoom จะมีแคลเซียมอยู่ในน้ำยา
      ฟอกสีฟัน

      ซึ่งเป็นสารที่มีส่วนในการเสริมสร้างความแข็งแรงแก่ฟัน ซึ่งในสาร ACP นี้จะช่วยสร้างความแข็งแรง

      ลดอาการเสียวฟัน เพิ่มความเป็นประกาย และทำให้ผลของการฟอกสีฟันขาวและคงอยู่นานกว่าผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่ไม่มี ACP รวมอยู่ด้วยและ Discus Dental เท่านั้นที่ได้รับสิทธิบัตร
      จาก ADA ( American Dental Associations) ในการนำเทคโนโลยีการใส่ ACP
      เข้าไปในผลิตภัณฑ์ ฟอกฟันขาว Daywhite/ Nitewhite





  • ขั้นตอนการลองใส่ถาดฟอกสีฟันและคำแนะนำวิธีการใช้
    • ทันตแพทย์จะทำการใส่ถาดฟอกสีฟันและทำการปรับแต่งให้มีความพอดีกับช่องปากของผู้เข้ารับบริการ
    • ทันตแพทย์จะทำการสอนวิธีการใช้ชุดฟอกสีฟันและวิธีการดูแลรักษาความสะอาด
  • ผู้เข้ารับบริการสามารถฟอกสีฟันเองที่บ้านโดยการแต้มน้ำยาบนถาดฟอกสีฟันและสวมใส่ครั้งละประมาณ 5 – 8 ชั่วโมง

 

คุณประโยชน์ของการฟอกสีฟันแบบทำเองที่บ้าน

  • สามารถทำได้เองที่บ้าน
  • มีผลข้างเคียงน้อยมาก มีความปลอดภัยสูง
  • มีโอกาสเกิดอาการเสียวฟันจากการฟอกสีฟันน้อย
ข้อปฏิบัติหลังเข้ารับการฟอกสีฟัน

  • ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารและเครื่องดื่มที่ก่อให้เกิดคราบสีบนฟันเช่น การดื่มชา กาแฟ ไวน์แดง รวมถึงการงดสูบบุหรี่ อย่างน้อย 1 สัปดาห์
  • การดูแลรักษาความสะอาดอย่างถูกวิธีจะสามารถช่วยรักษาความขาวให้อยู่ได้นานมากขึ้น
  • ข้อปฏิบัติหากมีอาการเสียวฟันจากการฟอกสีฟันด้วยเลเซอร์
    • ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารหรือเครื่องดื่มที่ร้อน เย็นหรือมีความเป็นกรดสูงเกินไป
    • การรับประทานยาแก้ปวด เช่น Ponstan สามารถช่วยลดอาการเสียวฟันได้
    • การใช้ยาสีฟันที่มีฟลูออไรด์สูงสามารถช่วยลดอาการเสียวฟันได้
  • ข้อปฏิบัติหากมีอาการเสียวฟันจากการฟอกสีฟันแบบทำเองที่บ้าน
    • กรณีที่เกิดจากการฟอกสีฟันแบบทำเองที่บ้าน ควรลดเวลาในการใส่ถาดฟอกสีฟันลง หรือ ทิ้งช่วงห่างระหว่างการฟอกสีฟันแต่ละครั้งให้มากขึ้น (เช่น หากปกติใส่ถาดฟอกสีฟันครั้งละ 6 ชั่วโมง ก็ควรลดลงให้เหลือเพียง 5 ชั่วโมง หรือในบางกรณีที่ทำทุกวัน ก็ให้ทำวันเว้นวัน เป็นต้น)
    • การรับประทานยาแก้ปวด เช่น Ponstan จะช่วยลดอาการเสียวฟันได้
    • การใช้ยาสีฟันที่มีฟลูออไรด์สูงจะสามารถช่วยลดอาการเสียวฟันได้

ผลหลังจากการฟอกสีฟันเราไม่สามารถทำนายได้ว่าฟันจะขาวขึ้นมากน้อยเพียงใด ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับส่วนประกอบของฟันของแต่ละบุคคลที่แตกต่างกันออกไปในขณะที่มีการสร้างฟัน

 



  • การเคลือบผิวฟัน

การเคลือบผิวฟัน เป็นการนำวัสดุเซรามิกที่มีความบางเป็นพิเศษมาติดบนผิวฟันด้านหน้า ซึ่งสามารถช่วยป้องกันฟันที่มีผิวหน้าสึกกร่อนให้มีความแข็งแรงมากขึ้น รวมถึงช่วยแก้ปัญหาเรื่องรูปร่างหรือสีของฟันที่ไม่สวยงามได้อีกด้วย



เคลือบฟันเทียม Veneer or Facing

เคลือบฟันเทียม หรือ การทำวีเนียร์ Veneer or Facing เป็นทันตกรรมเพื่อความสวยงามที่สามารถใช้เพื่อแก้ไขความผิดปกติของรูปร่างฟัน สีฟัน รวมถึงการเรียงตัวของฟันที่ผิดปกติ (เล็กน้อย) เคลือบฟันเทียม เป็นการฉาบฟันด้วยวัสดุสีเหมือนฟัน สามารถทำได้ด้วยวัสดุ 2 ประเภท ได้แก่ คอมโพสิตเรซิน (Composite Rasin) และ พอร์ซเลน/เซรามิก (Porcelain/Ceramic) โดยมีการกรอแต่งผิวเคลือบฟันในปริมาณที่น้อยมากเพื่อนำวัสดุสีเหมือนฟันมาติดกับผิวด้านหน้าฟัน

เคลือบฟันเทียม เป็นอีกวิธีการหนึ่งที่สามารถแก้ไขสีฟันคล้ำให้ดูเหมือนสีฟันธรรมชาติได้ โดยสูญเสียเนื้อฟันน้อยกว่าการทำครอบฟัน วัสดุที่นิยมนำมาใช้ในงานเคลือบฟันเทียมได้แก่ เซรามิค และคอมโพสิตเรซิน


  • การตกแต่งและบูรณะฟันด้วยวัสดุเรซินสีเหมือนฟัน

การตกแต่งและบูรณะฟันด้วยวัสดุเรซินสีเหมือนฟัน เป็นการนำวัสดุเรซินที่สามารถเลือกสีให้เหมือนกับฟันของผู้เข้ารับบริการนั้นๆ มาประยุกต์ใช้ในงานทันตกรรมเพื่อความสวยงาม ซึ่งเป็นวิธีการที่มีค่าใช้จ่ายไม่มาก


วิธีการดูแลรักษา
  • ควรทำความสะอาดด้วยการแปรงฟันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง การแปรงฟันหลังรับประทานอาหารเป็นการเริ่มวินัยที่ดีในการดูแลสุขภาพปากและฟันซึ่งเป็นสิ่งที่ควรปฏิบัติอย่างยิ่ง
  • ควรทำความสะอาดด้วยไหมขัดฟันอย่างน้อยวันละ 1 - 2 ครั้ง
  • ควรทำการบ้วนปากด้วยน้ำยาผสมฟลูออไรด์ก่อนนอนทุกวัน โดยทำกลั้วน้ำยาและอมไว้ในปากอย่างน้อย 1 นาที และไม่ควรดื่มน้ำหรือรับประทานอาหารภายใน 30 นาทีหลังการบ้วนปาก
  • ควรให้ความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเคี้ยวของแข็งบริเวณที่ได้รับการบูรณะตกแต่งฟัน
  • ควรพบทันตแพทย์เป็นประจำทุก 6 เดือน

 

  • Inlay และ Onlay

การบูรณะฟันแบบ Inlay และ Onlay เป็นการบูรณะฟันโดยการสร้างวัสดุบูรณะให้เสร็จเรียบร้อยขึ้นเป็นชิ้นงานภายนอกช่องปาก โดยทำให้มีขนาดพอดีกับโพรงฟันที่เตรียมไว้ ทำให้สามารถถอดใส่ และลองวัสดุบูรณะได้ ทำให้สามารถทดสอบความแนบสนิทของวัสดุบูรณะกับผนัง และขอบของโพรงฟันที่กรอเตรียมไว้ก่อนที่จะทำการติดด้วยซีเมนต์ยึดต่อไปเพื่อความสวยงามจึงเป็นศาสตร์และศิลป์ขั้นสูงของงานทันตกรรม

การอุดฟันแบบ inlay และ onlay นั้นมีความคล้ายคลึงกับการอุดฟันโดยทั่วไป แต่เนื้อที่ที่จำเป็นต้องได้รับการอุดมีขนาดใหญ่มากซึ่งไม่เหมาะสมกับวิธีการธรรมดา ดังนั้นทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจึงแนะนำให้ใช้วิธีการอุดแบบ inlay หรือ onlay โดยการอุดฟันแบบ inlay เป็นการอุดฟันด้านในของบริเวณฟันด้านนั้น ในขณะที่การทำ onlay จะมีวิธีการคล้ายคลึงกับการทำ inlay เพียงแต่จะมีพื้นที่ในการอุดมากกว่า inlay โดยจะครอบคลุมหลายด้านและมุมของฟัน

คุณประโยชน์ของการบูรณะฟันด้วย Inlay และ Onlay

  • เพิ่มความแข็งแรงให้แก่ฟันและมีความทนทานมากกว่าการอุดฟันแบบธรรมดา
  • เป็นอีกทางเลือกแทนการครอบฟันในกรณีที่ฟันมีปัญหาไม่มากนัก
  • วัสดุเซรามิกที่ใช้ในการทำ inlay และ onlay จะไม่มีการเปลี่ยนสีเนื่องจากอายุการใช้งานหรือคราบอาหาร
  • ให้ความสวยงามและดูเป็นธรรมชาติกว่าการอุดฟันด้วยอมัลกัม

ประเภทของ Inlay และ Onlay

Inlay และ Onlay สามารถทำได้จากวัสดุต่างๆ เช่น เซรามิก ทอง และเรซิน โดย Inlay และ Onlay ที่ทำจากเซรามิกจะให้ความใสและสวยงามเป็นธรรมชาติ ขณะที่การทำด้วยทองจะมีความแข็งแรงและทนทานสูง
ที่บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล เดนทัล เซ็นเตอร์ เราเลือกใช้วัสดุ IPS Empress Esthetics จากIvoclar Vivadent และ Procera Nobel Esthetics จากบริษัท Nobel Biocare ในการทำ Inlay และ Onlay แบบเซรามิกล้วน
การบูรณะฟันแบบ Inlay เป็นการบูรณะที่วัสดุบูรณะมีขอบเขตอยู่ในตัวฟัน (Intracoronal Restoration)
การบูณะฟันแบบ Onlay เป็นการบูรณะที่วัสดุบูรณะที่มีทั้งส่วนที่อยู่ในตัวฟัน และส่วนที่มีขอบเขตอยู่ผิวนอกของตัวฟัน (Extracoronal Restoration) โดยวัสดุที่นำมาใช่ทำ inlay และ onlay นั้น มีทั้งโลหะพอร์ซเลน และ เรซิน คอมโพสิต
ข้อดีของการบูรณะฟันแบบ Inlay  และ Onlay
1. ให้ความสวยงาม มีสีใกล้เคียงฟันธรรมชาติ
2. มีความแข็งแรงกว่าการบูรณะโดยตรง
3. ลดอัตราการเกิดการหดตัวของวัสดุอุดหลังการฉายแสง ลดอาการเสียวฟันหภายหลังการบูรณะฟันลงหรืออาจไม่เกิดเลย
4. มีอายุการใช้งานนาน
5. กรณีที่ต้องมีจำนวนซี่ที่ต้องการบูรณะหลายซี่หรือมีขนาดใหญ่ สามารถเตรียมวัสดุบูรณะพร้อมกันภายนอกช่องปาก จึงลดเวลาในการรักษาลง
6. สามารถขัดแต่งวัสดุได้ภายนอกช่องปาก จึงสามารถป้องกันความร้อนหรืออันตรายจากการกรอแต่งวัสดุในช่องปากได้
7. ลดอัตราการเกิดการหดตัวของวัสดุอุดหลังการฉายแสง ลดอาการเสียวฟันหภายหลังการบูรณะฟันลงหรืออาจไม่เกิดเลย
8. มีอายุการใช้งานนาน

การดูแลรักษาหลังการทำ Inlay และ Onlay

  • ควรทำความสะอาดด้วยการแปรงฟันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง การแปรงฟันหลังรับประทานอาหารเป็นการเริ่มวินัยที่ดีในการดูแลสุขภาพปากและฟันซึ่งเป็นสิ่งที่ควรปฏิบัติอย่างยิ่ง
  • ควรทำความสะอาดด้วยไหมขัดฟันอย่างน้อยวันละ 1 - 2 ครั้ง
  • ควรทำการบ้วนปากด้วยน้ำยาผสมฟลูออไรด์ก่อนนอนทุกวัน โดยทำกลั้วน้ำยาและอมไว้ในปากอย่างน้อย 1 นาที และไม่ควรดื่มน้ำหรือรับประทานอาหารภายใน 30 นาทีหลังการบ้วนปาก
  • ควรให้ความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเคี้ยวของแข็งบริเวณที่ได้รับการรักษา
  • ควรพบทันตแพทย์เป็นประจำทุก 6 เดือน
  • การอุดฟันด้วยวัสดุเรซินสีเหมือนฟัน


การอุดฟันเป็นวิธีการรักษาทางทันตกรรมสำหรับผู้ป่วยที่มีฟันผุหรือบิ่น โดยทันตแพทย์จะทำการซ่อมแซมบริเวณนั้นด้วยวัสดุอุดฟันต่างๆ เช่น วัสดุ อมัลกัม และวัสดุเรซินสีเหมือนฟัน

ประเภทของการอุดฟัน

การอุดฟันโดยทั่วไปแบ่งออกเป็น 2 ประเภทตามชนิดของวัสดุที่ใช้ดังนี้

  • การอุดฟันด้วยวัสดุอมัลกัม
  • การอุดฟันด้วยวัสดุเรซินสีเหมือนฟัน

ศูนย์ทันตกรรมของเราเลือกใช้ 3M ESPE Filtek ในการอุดฟันด้วยวัสดุเรซินสีเหมือนฟัน เนื่องจากเป็นที่ยอมรับด้านนาโนเทคโนโลยี ซึ่งมีประสิทธิภาพและความแข็งแรงสูงในการอุดฟัน

การดูแลรักษาหลังได้รับการอุดฟัน

  • ควรทำความสะอาดด้วยการแปรงฟันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง การแปรงฟันหลังรับประทานอาหารเป็นการเริ่มวินัยที่ดีในการดูแลสุขภาพปากและฟันซึ่งเป็นสิ่งที่ควรปฏิบัติอย่างยิ่ง
  • ควรทำความสะอาดด้วยไหมขัดฟันอย่างน้อยวันละ 1 - 2 ครั้ง
  • ควรใช้น้ำยาบ้วนปากที่มีส่วนผสมของฟลูออไรด์ก่อนเข้านอนทุกวัน โดยกลั้วน้ำยาบ้วนปากและอมไว้ประมาณ 1 นาที และไม่ควรดื่มน้ำหรือรับประทานอาหารภายใน 30 นาทีหลังจากนั้น
  • ควรพบทันตแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพฟันและเข้ารับการขัดฟันขูดหินปูนเป็นประจำทุก 6 เดือน
  • ในกรณีที่มีอาการเสียวฟันหรือปวดฟัน หรือมีการแตกและหลุดของวัสดุอุดฟัน ควรเข้าพบทันตแพทย์ทันที

    ข้อเปรียบเทียบในการใช้วัสดุอมัลกัม และวัสดุเรซินสีเหมือนฟัน ในการอุดฟัน


    ข้อเปรียบเทียบในการใช้วัสดุอมัลกัม และวัสดุเรซินสีเหมือนฟัน ในการอุดฟัน
    การอุดฟันด้วยวัสดุอมัลกัม
    เป็นการนำวัสดุอมัลกัมที่มีสีเทาเงิน ซึ่งมีส่วนประกอบของสารปรอท ในการอุดฟัน

    ข้อดี

    1. อายุการใช้งาน – ประมาณ 10-15 ปีหรือมากกว่า
    2. ความแข็งแรง – สามารถรองรับแรงบดเคี้ยวได้
    3. ราคา – จะต่ำกว่าการอุดด้วยวัสดุสีเหมือนฟัน

ข้อเสีย
1. ความสวยงาม – เนื่องจากมีสีที่ไม่เหมือนฟันตามธรรมชาติ
2. การสูญเสียเนื้อฟันมากกว่าที่ควร – เนื่องจากการอุดด้วยอมัลกัมนั้นต้องใช้พื้นที่กว้างเพื่อรองรับวัสดุ
3. การเปลี่ยนสีของฟัน – วัสดุอมัลกัมอาจก่อให้เกิดการเปลี่ยนสีของเนื้อฟันรอบๆวัสดุอุดให้เป็นสีเทา
4. อาการแพ้สารปรอทซึ่งเกิดขึ้นน้อยมาก– ประมาณ 1% ของผู้เข้ารับบริการที่มีอาการแพ้สารปรอทที่ผสมในวัสดุอุดอมัลกัม

การอุดฟันด้วยวัสดุเรซินสีเหมือนฟัน
เป็นการนำวัสดุเรซินที่มีสีเหมือนฟันตามธรรมชาติในการอุดฟัน

ข้อดี

1. มีความสวยงาม – สามารถเลือกสีที่เหมือนฟันได้
2. มีคุณประโยชน์หลายด้าน – สามารถใช้วัสดุเรซินในการตกแต่งและซ่อมแซมฟันที่บิ่น แตกหรือหักให้กลับมามีรูปร่างดีและมีความสวยงามดังเดิม
3. สามารถรักษาเนื้อฟันได้มากกว่าการใช้อมัลกัม – เนื่องจากการอุดด้วยเรซินสามารถทำได้ด้วยการกรอเนื้อฟันที่เสียออกเท่านั้น ขณะที่การอุดด้วยอมัลกัมต้องทำการกรอเนื้อฟันมากกว่าที่ผุเพื่อรองรับวัสดุอมัลกัม

ข้อเสีย
1. อายุการใช้งาน – อาจไม่นานเท่าการใช้วัสดุอมัลกัม
2. เวลาในการรักษาที่นานกว่า - เนื่องจากวิธีการที่ซับซ้อนกว่า
3. การแตกของวัสดุ – ขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่อุด
4. ราคา – จะสูงกว่าการอุดด้วยวัสดุอมัลกัม บางครั้งค่ารักษาอาจสูงถึง 2 เท่าเมื่อเทียบกับการอุดด้วยอมัลกัม


ศัยกรรมช่องปาก (Oral Surgery)

ศัลยศาสตร์ช่องปาก Oral Surgery

ศัลยกรรมช่องปากเป็นวิธีการรักษาทางทันตกรรมที่เกี่ยวข้องกับการผ่าตัด ซึ่งทันตแพทย์จะทำการตรวจวินิจฉัย และการวางแผนการรักษาก่อนที่จะเริ่มการรักษา โดยศัลยกรรมช่องปากประกอบด้วย
1. การผ่าตัดเพื่อผ่าฟันคุด
2. การถอนฟัน
3. การผ่าตัดเพื่อปลูกถ่ากระดูก
4. การผ่าตัดเพื่อฝังรากเทียมไททาเนียม
5. การผ่าตัดเหงือกก่อนเข้ารับการรักษาทางทันตกรรมประดิษฐ์ เช่นการตัดเหงือกเพื่อเพิ่มความยาวฟัน (Crown-lengthening)
6. การผ่าตัดเพื่อจัดแต่งขากรรไกรร่วมกับการจัดฟัน
7. การผ่าตัดเพื่อแก้ไขความผิดปกติของกระดูกขากรรไกร (Surgical correction of jaw excess/deficiency)
o การปรับตำแหน่งขากรรไกรล่าง (Mandibular setback/advancement)
o การจัดการกับรูปหน้าที่ผิดปกติ (Management of facial deformities)
8. ศัลยกรรมปลูกกระดูกวิธี Sinus Lift



การบูรณะฟันบริเวณฟันหลังของขากรรไกรบนด้วยรากเทียม มีข้อพิจารณาสำคัญอยู่ที่การละลายตัวของกระดูกรองรับฟันจากการที่สูญเสียฟันไป ทำให้เกิดปัญหาต่อการปลูกรากเทียมในบริเวณขากรรไกรบนเนื่องจากขาดกระดูกในการรองรับรากเทียม จึงต้องทำการเสริมกระดูกก่อนที่จะผ่าตัดฝังรากเทียมด้วยวัสดุเสริมกระดูก อาทิเช่น กระดูกของผู้เข้ารับการรักษาเอง, กระดูกมนุษย์, กระดูกสัตว์ หรือกระดูกสังเคราะห์ โดยการเสริมกระดูกสามารถทำได้ทั้งในแนวกว้าง, แนวสูง และการปลูกกระดูกในบริเวณพื้นโพรงอากาศแม็กซิลลา โดยการผ่าตัดเพื่อฝังรากเทียมในบริเวณกระดูกขากรรไกรบนด้านหลังนี้ จำเป็นต้องเป็นผู้ที่มีประสบการณ์ มีทักษะ ความรู้ ความสามารถ ในการวางแผน วินิจฉัยการรักษา รวมทั้งเทคนิคต่างๆในการผ่าตัดเสริมกระดูกในบริเวณนี้เป็นอย่างดี


การรักษารากฟัน (Endodontic Dentistry)

 

  

 

      Gutta percha

การรักษาคลองรากฟันไม่ซับซ้อนอย่างที๋คิด

  1. เปิดทางเข้าสู่โพรงรากฟัน
  2. ทำความสะอาดภายในโพรงฟันและคลองรากฟัน โดยใช้เครื่องมือขนาดเล็กร่วมกับน้ำยาล้าง และใส่ยาฆ่าเชื้อ

ในคลองรากฟัน การทำความสะอาดปกติใช้เวลา 1-3 ครั้ง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพของการติดเชื้อของฟันแต่ละซี่

  1. ทำการอุดคลองรากฟันให้เต็มแน่น เพื่อป้องกันไม่ให้มีการติดเชื้อซ้ำ
ทำการบูรณะตัวฟันให้สวยงาม สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ


การรักษารากฟัน
การรักษารากฟันเป็นอีกสาขาหนึ่งทางทันตกรรมที่มุ่งเน้นด้านการรักษารากฟันและเนื้อเยื่อภายในโพรงประสาทฟัน ซึ่งสาเหตุโดยทั่วไปเกิดเนื่องมาจากการติดเชื้อบริเวณปลายรากฟัน หรือเกิดจากการหัก ร้าว หรือผุ ลึกลงไปจนถึงชั้นเนื้อเยื่อภายในโพรงประสาทฟันซึ่งมีเส้นประสาทและเส้นเลือดอยู่ ก่อให้เกิดอาการปวดและบวมที่บริเวณนั้น บางครั้งอาจเกิดความเสียหายต่อกระดูกขากรรไกรหรือกล้ามเนื้อ รวมถึงการติดเชื้อและการอักเสบในโพรงฟัน การรักษาอย่างถูกต้องและทันท่วงทีจึงมีความสำคัญและช่วยให้ผู้ป่วยยังคงสามารถเก็บฟันซี่นั้นได้ โดยไม่ต้องถูกถอนทิ้งไป
โดยในอดีตปัญหาเหล่านี้มักจะได้รับการแก้ไขด้วยการถอนฟันซี่นั้นทิ้งไป แต่ในปัจจุบันได้มีการพัฒนาวิธีการรักษาทางทันตกรรม เทคโนโลยีและเทคนิค รวมทั้งวัสดุและอุปกรณ์ทางทันตกรรมที่ช่วยให้สามารถรักษาอาการดังกล่าวได้ด้วยการรักษารากฟัน ช่วยให้ผู้เข้ารับบริการไม่ต้องสูญเสียฟันซี่นั้นไป


ข้อดีของการรักษารากฟัน
• ช่วยกำจัดแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดการอักเสบ
• ช่วยขจัดความเจ็บปวด
• ช่วยป้องกันการแพร่ขยายบริเวณของการติดเชื้อ


ทันตกรรมประดิษฐ์ (Prosthodontic Dentistry)
ทันตกรรมประดิษฐ์

คือ การบูรณะฟัน อวัยวะในช่องปาก ใบหน้าและขากรรไกร ด้วยวัสดุประเภทต่างๆที่ประดิษฐ์ขึ้น ให้คงไว้ซึ่งการทำงาน ความสะดวกสบาย และความสวยงามของช่องปาก โดยการบูรณะฟันธรรมชาติ ทดแทนฟันธรรมชาติที่สูญเสียไป
ทันตกรรมประดิษฐ์เป็นศาสตร์แขนงหนึ่งที่ช่วยทดแทนฟันที่สูญเสียไปและแก้ไขปัญหาฟันที่เปราะบางหรือแตกหัก ซึ่งมีวิธีการต่างๆ ดังนี้




  • - การครอบฟัน
    การครอบฟัน ประกอบด้วยครอบฟันที่ครอบยึดบนฟันซี่ข้างเคียงเพื่อความมั่นคง และมีครอบฟันตัวลอย (pontic) เป็นตัวเชื่อมระหว่างกลางเพื่อทดแทนฟันที่สูญเสียไป|



- สะพานฟัน
สะพานฟัน สะพานฟันประกอบด้วยครอบฟันที่ครอบยึดบนฟันซี่ข้างเคียงเพื่อความมั่นคง และมีครอบฟันตัวลอย (pontic) เป็นตัวเชื่อมระหว่างกลางเพื่อทดแทนฟันที่สูญเสียไปและเป็นตัวเชื่อมครอบฟัน ที่เกาะยึดบนฟันซี่ข้างเคียง
และสะพานฟันเป็นอีกวิธีการหนึ่งทางทันตกรรมที่ช่วยทดแทนฟันที่สูญเสียไปแบบติดแน่นถาวร ด้วยการติดยึดครอบฟันบนฟันซี่ข้างเคียงและเชื่อมต่อด้วยฟันปลอมระหว่างครอบฟันที่ใช้ทดแทนฟันที่สูญเสียไป
สะพานฟันเป็นทางเลือกหนึ่งทางทันตกรรมในการทดแทนฟันที่สูญเสียไป โดยการใช้ครอบฟันลอย (pontic)ใช้ทดแทนฟันทีสูญเสียไปและเป็นตัวเชื่อมครอบฟันที่เกาะยึดบนฟันซี่ข้างเคียง

คุณประโยชน์ของสะพานฟัน
• ช่วยให้สามารถมีรอยยิ้มที่สวยงามได้ดังเดิม
• ช่วยให้สามารถมีการบดเคี้ยวและการออกเสียงที่ดีได้ดังเดิม
• ช่วยรักษารูปหน้าให้เป็นไปตามปกติ
• ช่วยแบ่งกระจายแรงบดเคี้ยวให้เป็นไปตามปกติ
• ช่วยให้สามารถหลีกเลี่ยงการรับแรงบดเคี้ยวที่มากเกินไปของฟันซี่ข้างเคียง
• ช่วยให้หลีกเลี่ยงปัญหาการล้มของฟันซี่ข้างเคียงมายังช่องว่าง
• ช่วยรักษาตำแหน่งและการทำงานของฟันให้เป็นไปตามธรรมชาติ
• ช่วยรักษาการสบฟันให้เป็นไปตามปกติ


ประเภทของสะพานฟัน


  • สะพานฟันแบบธรรมดา
    สะพานฟันแบบธรรมดา
    จะประกอบด้วยครอบฟันประเภทต่างๆแล้วแต่ความต้องการของผู้ป่วย ซึ่งจะมีครอบฟันลอย (Pontic) ที่ใช้ทดแทนฟันที่สูญเสียไปเป็นตัวเชื่อมครอบฟันที่ยึดติดบนฟันซี่ข้างเคียง การทำครอบฟันประเภทนี้เป็นที่นิยมทำกันโดยทั่วไป



สะพานฟันแบบมีหลักยึดข้างเดียว (Cantilever Bridges)

สะพานฟันประเภทนี้จะมีฟันซี่ข้างเคียงเพียงซี่เดียวที่ใช้ในการเกาะยึดสะพานฟัน

สะพานฟันแบบแมรี่แลนด์ (Maryland Bridges)

สะพานฟันแบบแมรี่แลนด์ (Maryland bridge) หรือ สะพานฟันที่ยึดด้วยวัสดุเรซิน (Resin-bond bridge) นั้น
เป็นการทำสะพานฟันที่มีแกนโลหะและมีโลหะลักษณะคล้ายปีกที่ใช้ยึดติดด้านหลังของฟันด้านข้าง


ประเภทของวัสดุที่ใช้ในการทำสะพานฟัน

ด้านข้าง ประเภทของวัสดุที่ใช้ในการทำสะพานฟัน
1. สะพานฟันที่ประกอบด้วยครอบฟันแบบเซรามิกและโลหะ
2. สะพานฟันที่ประกอบด้วยครอบฟันแบบเซรามิกล้วน
3. สะพานฟันที่ประกอบด้วยครอบฟันแบบโลหะล้วน (ทอง)

วิธีการดูแลรักษาหลังเข้ารับการทำสะพานฟัน



1. ควรทำความสะอาดด้วยการแปรงฟันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง การแปรงฟันหลังรับประทานอาหารเป็นการเริ่มวินัยที่ดีในการดูแลสุขภาพปากและฟันซึ่งเป็นสิ่งที่ควรปฏิบัติอย่างยิ่ง
2. ควรทำความสะอาดด้วยไหมขัดฟันอย่างน้อยวันละ 1 - 2 ครั้ง
3. ควรทำการบ้วนปากด้วยน้ำยาผสมฟลูออไรด์ก่อนนอนทุกวัน โดยทำกลั้วน้ำยาและอมไว้ในปากอย่างน้อย 1 นาที และไม่ควรดื่มน้ำหรือรับประทานอาหารภายใน 30 นาทีหลังการบ้วนปาก
4. ควรให้ความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเคี้ยวของแข็งบริเวณสะพานฟัน
5. ควรพบทันตแพทย์เป็นประจำทุก 6 เดือน

- การปลูกรากฟันเทียม

  การปลูกรากฟันเทียม การปลูกรากฟันเทียมเป็นวิธีการสมัยใหม่ในการแทนที่รากฟันจริงตามธรรมชาติ โดยทันตแพทย์จะทำการฝังรากฟันเทียมลงบนกระดูกรองรับฟัน ซึ่งจะสร้างพื้นฐานที่มั่นคงให้แก่ฟันที่ใช้ทดแทนฟันที่สูญเสียไป




- ฟันปลอม

ฟันปลอม ฟันปลอม เป็นการทดแทนฟันแบบถอดออกได้ โดยทั่วไปฐานฟันปลอมสามารถทำได้ด้วยพลาสติก และโลหะ ขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้เข้ารับบริการ
ในระยะแรกๆของชีวิต เกือบทุกคนจะมีฟันแท้เกือบครบ เมื่อเวลาผ่านไปอาจเริ่มทยอยถอนไปทีละซี่ จนในที่สุดบางคนอาจไม่เหลือฟันแท้เลย จึงจำเป็นต้องทำฟันปลอมเพื่อช่วยในการบดเคี้ยว เพื่อความสวยงาม รวมไปถึงเพื่อช่วยในการออกเสียงที่ชัดเจนด้วย นอกจากนี้แล้ว ฟันยังสามารถช่วยลดหรือป้องกันการเสื่อมสภาพที่อาจจะเกิดขึ้นกับอวัยวะที่เกี่ยวข้องกับการบดเคี้ยวได้ เช่น การถอนฟันไปซี่เดียวอาจทำให้ฟันข้างเคียงล้ม เกิดช่องว่างระหว่างซอกฟัน เศษอาหารเข้าไปติดเกิดฟันผุ เหงือกอักเสบและโรคปริทันต์ตามมา ส่วนฟันคู่สบก็จะเกิดการเสื่อมสภาพ เนื่องจากไม่มีแรงกระตุ้นจาการบดเคี้ยวอาหาร ทำให้เกิดการละลายตัวของกระดูก เอ็นยึดปริทันต์แคบและบางลง อาจทำให้ฟันคู่สบยื่นยาวหรือห้อยออกมา ในภายหลังอาจต้องถอนฟันที่ยื่นนี้ออกและต้องตัดแต่งกระดูกที่ห้อยออกด้วย ในบางรายที่ถอนฟันหลังไปหมด จะมีผลเสียคือ คางจะรั้งขึ้น ทำให้ฟันหน้าสบกันที่ด้านปลายฟัน ทำให้ปลายฟันสึกหรือฟันหน้าล่างอาจไปกัดโดนเพดานทำให้เจ็บเหงือก หรือกัดโดนคอฟันบนทำให้ฟันบนยื่น ผู้ที่ทำครอบฟันหน้า ครอบฟันอาจแต่ได้เพราะต้องรองรับแรงมาก
อย่างไรก็ตามการใส่ฟันปลอมก็อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อฟันที่เหลืออยู่ ช่วงระหว่างรอยต่อของฟันปลอมและฟันธรรมชาติอาจมีเศษอาหารติดอยู่ก็ให้เกิดฟันผุได้ ส่วนบริเวณที่ฟันปลอมปิดทับ เช่นเพดาน ขอบเหงือก จะขาดการกระตุ้นและทำความสะอาด ก่อให้เกิดการอักเสบได้เช่นกัน ส่วนฟันธรรมชาติที่รองรับฟันปลอมอาจถูกทำลาย อาจโยกและเจ็บปวดภายหลังได้


ฟันปลอมแบ่งเป็น 3 ลักษณะ




1. ฟันปลอมชนิดติดแน่นหรือสะพานฟัน สะพานฟัน เป็นฟันปลอมที่มีลักษณะใกล้เคียงกับฟันธรรมชาติโดยการกรอฟันซี่ข้างเคียง เพื่อทำครอบฟันเป็นหลักยึดของสะพานฟัน เพื่อทำฟันปลอม การทำครอบที่ฟันหลักจะช่วยป้องกันฟันผุและให้ความสวยงาม
กรณีที่เหมาะในการทำสะพานฟัน
1.ระยะช่วงที่ถอนฟันออกไปเป็นช่วงสั้น มีฟันหน้าและฟันหลังของช่วงฟันที่ถอนไป
2.ฟันหน้าที่ถูกถอนไป และมีสภาพสันเหงือกที่ปกติ
3.ในรายที่สูญเสียฟันหลัง และเว้นช่องมีฟันหน้าหายไปด้วย ถ้าทำฟันปลอมชนิดถอดได้โดยใช้ฟันซี่โดดเป็นหลัก ฟันโดดจะไม่แข็งแรงพอจะเป็นฟันหลักได้ แต่ถ้าทำสะพานฟันยึดติดฟันหน้า ฟันโดดและฟันหลัง จะได้ความแข็งแรงมากขึ้น

กรณีที่ไม่เหมาะในการทำสะพานฟัน
1.ระยะช่วงที่ถอนฟันออกไปเป็นช่วงยาว
2.ฟันหลักไม่แข็งแรงพอ
2. ฟันปลอมบางส่วนชนิดถอดได้ คือฟันปลอมที่ทำขึ้นให้กับผู้ที่ยังมีฟันธรรมชาติเหลืออยู่ เป็นการใส่ฟันเพียงบางส่วนและเป็นฟันปลอมที่สามารถถอดออกมาล้างทำความสะอาดได้

กรณีที่เหมาะในการทำฟันปลอมบางส่วนชนิดถอดได้
1.ฟันหลักด้านท้ายไม่มีทำให้ไม่มีฟันหลักเพื่อยึดสำหรับทำสะพานฟัน
2.ระยะช่วงที่ถอนฟันออกไปเป็นช่วงยาว
3.ช่วงที่เพิ่งถอนฟันไปใหม่ๆ เหงือกยังไม่ยุบสนิทดี ถ้าคอยจนแผลหายเหงือกจะยุบลงไปอีก อาจทำฟันปลอมชนิดถอดได้ใส่ไปก่อนเมื่อสันเหงือกยุบสนิทดีจึงมาเสริมฐานฟันปลอมต่อ การใส่ฟันเร็วจะช่วยคงสภาพสันเหงือกทำให้เหงือกเต็มไม่ยุบตัวมาก

การใส่ฟันปลอมชนิดถอดได้ ต้องมีตะขอโยงเพื่อยึดฟันอาจทำให้รู้สึกรำคาญ เป็นที่กักขังของเศษอาหาร รับประทานอาหารไม่สะดวกและไม่สวยงาม


3. ฟันปลอมทั้งปาก

กรณีที่เหมาะในการทำฟันปลอมทั้งปาก
1.ไม่มีฟันธรรมชาติเหลืออยู่แล้ว
2.ฟันที่เหลืออยู่มีน้อยซี่ รูปร่างฟัน, กระดูกยึดรอบรากฟันไม่ดี ฟันโยกมาก ใช้เป็นหลักยึดไม่ได้
3.สุขภาพช่องปากไม่ดี มีฟันผุมาก ควรถอดทิ้งแล้วทำฟันปลอมทั้งปาก
4.ฟันที่เหลืออยู่ไม่สวย อยู่ในตำแหน่งที่ไม่ดี มีแนวด้านสบฟันห้อยหรืออยู่นอกสันเหงือก

หากทำฟันปลอบถอดได้หรือติดแน่นโดยยึดแนวฟันเดิมจะไม่ได้ความแข็งแรงที่ดี ขาดการยึดแน่น และไม่สวยงาม
ประโยชน์ของทันตกรรมประดิษฐ์ในการทดแทนฟันที่สูญเสียไปมีดังนี้
• ช่วยป้องกันการเคลื่อนหรือล้มของฟันซี่ข้างเคียง
• ช่วยหลีกเลี่ยงปัญหาของการถูกทำลายของเนื้อเยื่อโดยรอบ
• ลดปัญหาความยุ่งยากในการทำความสะอาดฟัน ฟันผุ และโรคเหงือก เนื่องจากฟันล้มหรือฟันเคลื่อนที่ไปยังบริเวณที่ว่าง
• ช่วยเสริมสร้างบุคลิกและรอยยิ้มที่สวยงาม
• ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบดเคี้ยวอาหาร
• อาจสามารถช่วยเพิ่มสมรรถภาพในการพูด
• ช่วยหลีกเลี่ยงปัญหาของรูปหน้าเนื่องจากการสูญเสียฟัน

ทันตกรรมรากฟันเทียม (Dental Implants)


  • รากเทียมคืออะไร
    ทันตกรรมรากเทียม (Dental Implant) คือวิทยาการที่คิดค้นขึ้นเพื่อทดแทนการสูญเสียฟันธรรมชาติ โดยจะฝังวัสดุที่มีรูปร่างคล้ายรากฟันลงบนกระดูกขากรรไกร เพื่อช่วยให้ฟันปลอมภายในช่องปากทั้งชนิดถอดได้และ ชนิดติดแน่นยึดเกาะได้ดี โดยอาจใช้รากเทียมเพื่อการใส่ฟันปลอม 1 ซี่หรือมากกว่านั้น ในบางกรณีการใส่ฟันปลอมทั้งปากก็อาจใช้รากเทียมเพียงตัวเดียวได้เช่นกัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่ใช้ในการยึดเกาะของฟันปลอมแต่ละซี่




การปลูกรากฟันเทียมเป็นวิธีการสมัยใหม่ในการแทนที่รากฟันจริงตามธรรมชาติ โดยทันตแพทย์จะทำการฝังรากฟันเทียมลงบนกระดูกรองรับฟัน ซึ่งจะสร้างพื้นฐานที่มั่นคงให้แก่ฟันที่ใช้ทดแทนฟันที่สูญเสียไป (อาจเป็นครอบฟันสะพานฟัน หรือแผงฟันปลอมแบบถอดออกได้) โดยรากฟันเทียมที่ใช้ผลิตจากวัสดุไทททาเนียมที่ได้รับการวิจัยว่าไม่ก่อให้เกิดปฏิกิริยาต่อต้านจากร่างกายมนุษย์ หรือผลข้างเคียงใดๆ


รากเทียมประกอบด้วย 3 ส่วนสำคัญคือ
1. รากเทียม (Fixture) ซึ่งทำมาจากโลหะไทเทเนียม (Titanium) ซึ่งมีลักษณะคล้ายรากฟัน และจะฝังอยู่ในกระดูกขากรรไกร ซึ่งสามารถยึดติดได้อย่างแนบแน่นโดยไม่ทำให้เนื้อเยื่ออักเสบ และไม่เกิดผลข้างเคียงใดๆ

2. เดือยรองรับครอบฟัน (Abutment) เมื่อฝังรากเทียมบนกระดูกขากรรไกร จะใช้เวลาประมาณ 4-6 เดือนเพื่อให้รากเทียมยึดติดกับกระดูกขากรรไกรได้ดี หลังจากนั้นจึงจะใส่เดือยรองรับครอบฟันลงบนรากเทียม เพื่อใช้เป็นที่รองรับครอบฟันต่อไป

3. ครอบฟัน (crown) เป็นส่วนที่อยู่ด้านบนของเหงือก ซึ่งจะทำมาจากเซรามิค (porcelain) มีรูปร่างลักษณะและสีเหมือนฟันธรรมชาติ

ขั้นตอนการรักษา โดยทั่วไปประกอบด้วย

 ขั้นเตรียมการ
-ตรวจสภาพช่องปาก  ร่วมกับการถ่ายเอ็กเรย์  เพื่อประเมินสภาพของกระดูกและคุณภาพฟันที่เหลืออยู่ว่า
จะสามารถทำการฝังรากเทียมได้หรือไม่

  1. เมื่อคนไข้ตัดสินใจที่จะทำการรักษารากเทียม ทันตแพทย์จะทำการพิมพ์ปาก เพื่อทำแบบจำลองฟัน

เพื่อวางแผนการรักษา และ เตรียมเครื่องมือในการทำรากฟันเทียม

การผ่าตัด
การผ่าตัดฝังรากเทียมจะทำร่วมกับการฉีดยาชาเฉพาะที่ แล้วหลังจากนั้น ทันตแพทย์จะทำการเจาะกระดูก
ขากรรไกร แล้วนำรากฟันเทียม ใส่ลงไป จากนั้นคนไข้สามารถกลับบ้านได้ ตามปกติ
หลังจากการทำการฝังรากเทียมในกระดูกแล้วจะรอเวลาให้ กระดูกมายึดติดกับรากฟันเทียม โดยใช้ระยะ
เวลาประมาณ 2-4 เดือน เพื่อให้มีความแข็งแร็งและยึดติดแน่นเต็มที่

เมื่อรากฟันเทียมยึดติดกับกระดูกเต็มที่แล้ว ทันตแพทย์จะใส่อุปกรณ์ที่ช่วยสร้างร่องเหงือก ให้มีลักษณะ
เป็นที่รองรับฟันปลอมที่เหมือนธรรมชาติมากที่สุด โดยใช้เวลาประมาณ 1-2 สัปดาห์



ประเภทของการปลูกรากฟันเทียมไททาเนียม
• การปลูกรากฟันเทียมแบบทันที: เป็นวิธีการที่ผู้เข้ารับบริการสามารถได้รับการปลูกรากฟันเทียมได้ทันทีหลังได้รับการถอนฟัน

• การปลูกรากฟันเทียมแบบทันทีพร้อมครอบฟัน: เป็นการปลูกรากฟันเทียมที่ทันตแพทย์จะทำการติดยึดครอบฟันหรือสะพานฟัน ทั้งแบบชั่วคราวหรือถาวร (ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของทันตแพทย์ผู้รักษา)ทันทีหลังได้รับการปลูกรากฟันเทียม ซึ่งผู้เข้ารับบริการจะสามารถมีฟันสำหรับใช้งานได้ทันที

• การปลูกรากฟันเทียมแบบทั่วไป: การปลูกรากฟันเทียมแบบทั่วไปสามารถทำได้ในผู้เข้ารับบริการส่วนใหญ่ที่มีความต้องการที่จะทดแทนฟันที่สูญเสียไปอย่างถาวร
การปลูกรากฟันเทียมแบบทันทีพร้อมครอบฟันสามารถทำได้ขึ้นกับคุณภาพกระดูก และ สุข ภาพช่องปากของแต่ละคน . ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของทันตแพทย์ผู้รักษา
การทดแทนฟันที่สูญเสียไปด้วยการปลูกรากฟันเทียมประเภทต่างๆ



ทันตกรรมรากเทียมทดแทนฟัน 1 ซี่
ในกรณีที่คุณต้องสูญเสียฟันธรรมชาติไป 1 ซี่ คุณสามารถแทนที่ฟันแท้ที่เสียไป โดยที่ไม่ต้องกรอฟันซี่ข้างเคียงเพื่อใส่สะพานฟัน รากเทียมทำหน้าที่เปรียบเสมือนฟันธรรมชาติ คือมีทั้งตัวฟัน และ รากฟันเทียม ใช้งานได้เหมือนจริงทุกประการ
การปลูกรากฟันเทียมแบบเดี่ยว (หนึ่งจุดต่อหนึ่งซี่) ประกอบด้วยวัสดุ 3 ชิ้น คือ รากฟันเทียมไททาเนียม เสายึด (abutment) ที่ทำหน้าที่เป็นตัวเชื่อมรากฟันเทียมและครอบฟัน โดยในการติดยึดครอบฟัน สามารถทำได้ด้วยการใช้กาวพิเศษที่ใช้ทางทันตกรรม หรือด้วยการสกรู (screw) ที่ได้รับการออกแบบมาโดยเฉพาะ
ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยในปัจจุบัน ช่วยให้การผลิตวัสดุและอุปกรณ์ต่างๆ รวมถึงระบบและเทคนิคในการปลูกรากฟันเทียมได้รับการพัฒนาอย่างรวดเร็ว โดยรากฟันเทียมได้รับการปรับปรุงรูปร่างให้มีรูปร่างที่แตกต่างกันไปให้เหมาะสมกับสภาพช่องปาก กระดูกรองรับฟันและตำแหน่งที่จะทำการฝังของแต่ละบุคคล ช่วยให้ระดับการประสบความสำเร็จในการปลูกรากฟันเทียมมีอัตราที่สูงมากขึ้น
การปลูกรากฟันเทียมแบบเดี่ยว (หนึ่งจุดต่อหนึ่งซี่) การปลูกรากฟันเทียมประเภทนี้จะรวมถึงการทำครอบฟันบนรากฟันเทียม เพื่อทดแทนฟันซี่ที่สูญเสียไป โดยการปลูกรากฟันเทียมไททาเนียมจะเป็นวิธีการทดแทนแบบถาวรมีอายุการใช้งานที่นาน และมีประสิทธิภาพการใช้งานและมีความสวยงามใกล้เคียงกับฟันตามธรรมชาติอีกด้วย


ทันตกรรมรากเทียมทดแทนฟันหลายซี่
ในกรณีที่คุณต้องสูญเสียฟันธรรมชาติไปหลายซี่ การทำรากเทียมเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ดี นอกจากจะไม่ต้องกรอฟันข้างเคียงเพื่อทำสะพานฟัน หลายซี่แล้วรากเทียมไม่จำเป็นต้องไปยึดติดกับฟันซี่อื่นๆ เหมือนการทำสะพานฟันหรือการทำฟันปลอมถอดได้
กรณีที่มีการสูญเสียฟันหลายซี่ในบริเวณต่างๆ ซึ่งมีตำแหน่งที่ไม่ติดต่อกัน การทดแทนฟันเหล่านั้นด้วย การปลูกรากฟันเทียมแบบเดี่ยว (หนึ่งจุดต่อหนึ่งซี่) จะเป็นหนึ่งในวิธีการที่เหมาะสมที่สุด
สำหรับกรณีที่มีการสูญเสียฟันหลายซี่ในบริเวณเดียวกันและมีตำแหน่งฟันที่ติดกัน การปลูกรากฟันเทียมเพื่อรองรับสะพานฟัน จะเป็นวิธีการทดแทนฟันเหล่านั้นที่ดีวิธีการหนึ่ง เนื่องจากรากฟันเทียมมีความแข็งแรงสูงสามารถรองรับการบดเคี้ยวของฟันได้มากกว่าหนึ่งซี่ วิธีการจะมีความใกล้เคียงกับการทำสะพานฟันแบบธรรมดา จะมีข้อแตกต่างเพียงการทำสะพานฟันแบบธรรมดาจะเป็นการเพิ่มการรับแรงบดเคี้ยวบนฟันจริงให้ต้องรับงานมากขึ้น ขณะที่รากฟันเทียมมีความแข็งแรงสูงจึงไม่มีผลในการต้องรับแรงที่มากขึ้น



ทันตกรรมรากเทียมทดแทนฟันทั้งปาก

ในกรณีที่คุณต้องสูญเสียฟันธรรมชาติไปทั้งปาก ไม่ว่าจะเป็นด้านบน หรือด้านล่าง การทำฟันปลอมทั้งปากอาจช่วยแก้ปัญหาได้ในระยะแรกๆ แต่คนเราเมื่อปราศจากรากฟันแล้ว กระดูกขากรรไกรตรงส่วนนั้นจะค่อยๆละลายหรือหดตัวลง ฟันปลอมทั้งปากก็จะขาดที่ยึดติดทำให้หลุดออกได้ง่าย ขาดความสะดวกสบายเวลาใช้งาน ในบางกรณีการละลายหรือหดตัวของกระดูกขากรรไกรอาจ ทำให้รูปหน้าเปลี่ยนไปด้วย แต่รากเทียมจะช่วยรักษากระดูก รองรับรากฟันไว้ทำให้กระดูกบริเวณนั้นไม่ละลายและคงสภาพเดิม
ในกรณีนี้อาจใช้รากเทียมเพียงไม่กี่ เพื่อยึดฟันปากทั้งปากให้ติดแน่น กับเหงือก โดยใช้เป็นแบบ Implant Multiple Bar หรือแบบ Implant Multiple Ball หรือจะทำรากเทียมทั้งปากก็ได้เช่นกัน


การทดแทนฟันทั้งทั้งขากรรไกร

การปลูกรากฟันเทียมเพื่อรองรับสะพานแบบทั้งขากรรไกร

การปลูกรากฟันเทียมเพื่อรองรับสะพานแบบทั้งขากรรไกร ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยในปัจจุบัน การทดแทนฟันที่สูญเสียไปทั้งหมด หรือ ทั้งขากรรไกร (บน และ/หรือ ล่าง) นั้น สามารถทำได้ด้วยการปลูกรากฟันเทียมเพื่อรองรับสะพานฟัน ซึ่งจะมีประสิทธิภาพในการใช้งานและความสวยงามเท่าเทียมกับฟันแท้จริงตามธรรมชาติ หรืออาจดีกว่าในบางครั้ง โดยวิธีการนี้จะเป็นการทดแทนแบบถาวร มีความมั่นคงแข็งแรงสูงเมื่อเทียบกับการใส่แผงฟันปลอม ดังนั้นวิธีการนี้จึงเปรียบ เสมือนฟันชุดใหม่ที่ให้ความรู้สึกเป็นธรรมชาติ



การปลูกรากฟันเทียมเพื่อรองรับแผงฟันปลอม

การปลูกรากฟันเทียมเพื่อรองรับแผงฟันปลอม เป็นวิธีการทดแทนฟันอีกวิธีหนึ่ง ซึ่งจะเพิ่มความมั่นคงให้แก่แผงฟันปลอมไม่ให้หลุดลื่นได้โดยง่าย และด้วยการปลูกรากฟันเทียมเพื่อรองรับแผงฟันปลอมช่วยให้การประดิษฐ์แผงฟันปลอมนั้น สามารถทำด้วยขนาดที่เล็กลงและเพิ่มความสะดวกสบายขณะสวมใส่ได้อีกด้วย เนื่องจากขนาดของวัสดุที่ใช้ยึดแผงฟันปลอมกับรากฟันเทียมนั้นมีขนาดเล็กและให้ความมั่นคงสูง ดังนั้นวิธีการนี้จึงเป็นทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้ต้องการทดแทนฟันจำนวนมาก และสามารถถอดออกได้

การรักษาโดยการทำรากเทียม ทันตแพทย์ผู้ทำการรักษาจำเป็นต้องมีความเชี่ยวชาญ และเข้าใจ สามารถวินิจฉัยและวางแผนการรักษาผู้ป่วยได้เป็นอย่างดี สามารถเลือกใช้รากเทียมแต่ละชนิดให้เหมาะสมกับผู้ป่วย และยังต้องมีความเชี่ยวชาญหลักการบดเคี้ยว และขั้นตอนทางทันตกรรมประดิษฐ์ ดังนั้นผู้ป่วยควรปรึกษาทันตแพทย์เฉพาะทางที่เชี่ยวชาญเพื่อผลลัพธ์ที่สมบูรณ์หลังการรักษา



ทันตกรรมจัดฟัน (Orthodontic Dentistry)
ใครๆก็อยากมียิ้มสวยพิมพ์ใจกันทั้งนั้น แต่...ถ้าฟันของคุณไม่เป็นใจ เกิดเกเร, ซ้อน. ห่าง หรือไม่สบกัน ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะมีอุปกรณ์เสริมเข้ามาเป็นตัวช่วยเพื่อให้คุณมียิ้มสวยไม่แพ้ใคร

คุณคิดถูกแล้วละ เรากำลังพูดถึงการจัดฟัน ที่กำลังอินเหลือเกินในหมู่วัยรุ่น คุณรู้ไหมว่าการจัดฟัน ช่วยแก้ปัญหาภายในช่องปากได้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นฟันยื่น ฟันห่าง ฟันล้ม หรือฟันซ้อนเก ฯลฯ การ จัดฟัน จะทำให้การสบฟันอยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้อง เคี้ยวอาหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีสุขภาพในช่องปากที่ดีขึ้น เพราะง่ายต่อการทำความสะอาด และยังทำให้คุณดูดีขึ้นด้วยเพราะฟันจะเรียงตัวอย่างเป็นระเบียบแล้วกระดูกโครงสร้างของใบหน้าก็จะ ได้รูปและสมดุลมากขึ้น

ทางเลือกใหม่ของการจัดฟัน

ปัจจุบันนี้การจัดฟันก้าวหน้าขึ้นมาก คุณจึงไม่ต้องกังวลกับเหตุผลต่างๆ เช่น กลัวโดนเพื่อนล้อ อายคนรอบข้าง อายุมากแล้ว เสียบุคลิก ขัดต่อหน้าที่การงาน และอื่นๆอีกร้อยแปดเหตุผลที่มากวนใจ ถ้าคุณไม่อยากมีฟันเหล็กเพราะจัดฟันด้วยเครื่องมือจัดฟันชนิดติดแน่นด้านนอกแบบโลหะ แบบแฟชั่นนิยม ก็ยังมีทางเลือกใหม่รอคุณอยู่ นั้นคือการจัดฟันแบบมองไม่เห็นเครื่องมือที่แบ่งเป็น 2 ประเภทคือ การจัดฟันด้วยเครื่องมือชนิดติดแน่นด้านใน Lingual Orthodontics และ การจัดฟันด้วยเครื่องมือจัดฟันชนิดถอดได้แบบใส Clear Aligner or Invisalign ®



  • จัดฟันด้านใน Lingual Orthodontics


    การจัดฟันด้วยเครื่องมือจัดฟันชนิดติดแน่นด้านใน
    การจัดฟันด้านใน เป็นการจัดฟันที่มองไม่เห็นเครื่องมือ ซึ่งเป็นทางเลือกใหม่ของการจัดฟัน โดยท่คนรอบข้างไม่มีใครสังเกตเห็น เพราะเป็นการติดเครื่องมือที่ด้านหลังของฟัน ซึ่งแตกต่างจากการจัดฟันด้านนอกทั่วไป ทำให้ยิ้มได้อย่างมั่นใจ และไม่มีใครรู้ว่าจัดฟันอยู่ อีกทั้งไม่ก่อให้เกิดการทำลายผิวฟันด้านหน้าด้วย

    ระยะเวลาในการจัดฟันด้านในจะพอๆกับการจัดฟันด้านนอก แต่บางกรณีอาจใช้เวลาน้อยกว่า ระยะแรกที่ใส่เครื่องมือ อาจมีการระคายเคืองที่ลิ้นบ้างซึ่งไม่ต่างจากการจัดฟันด้านนอก ที่มีการระคายเคืองที่แก้มและริมฝีปากเช่นกัน แต่ประมาณ 1-4 สัปดาห์ คุณก็จะปรับตัวได้ และอาการดังกล่าวก็จะหายไป การจัดฟันด้านในจะมีค่าใช้จ่ายที่สูงกว่าการจัดฟันด้านนอก เนื่องจากการจัดฟันด้านในต้องใช้เครื่องมือที่พิเศษและซับซ้อนกว่าการจัดฟันด้านนอก รวมทั้งยังต้องอาศัยความสามารถและความชำนาญพิเศษของทันตแพทย์เฉพาะทางจัดฟันด้านใน รวมถึงทีมงานที่ได้รับการฝึกฝนมาอย่างดี

 

การจัดฟันด้านใน

จัดฟันถอดได้แบบใส Clear Aligner or Invisalign
การจัดฟันแบบถอดได้โดยไม่เห็นเครื่องมือ (Invisalign)
เป็นการจัดฟันแบบใส ถอดออกได้ สามารถช่วยแก้ปัญหาการเรียงตัวของฟัน ให้มีความเป็นระเบียบสวยงาม โดยไม่ต้องทำการติดยึดวัสดุใดๆ บนฟัน

เป็นเครื่องมือแบบใหม่ในการจัดฟัน ซึ่งช่วยแก้ไขปัญหาการเรียงตัวของฟันให้มีความสวยงามและเหมาะสมได้ โดยเครื่องมือจัดฟันชนิดนี้จะมีความใสซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อคนไข้แต่ละท่านโดยเฉพาะ และสามารถถอดออกได้เมื่อต้องการ โดยทันตแพทย์จะทำแผนการรักษาทุกท่านกับทันตแพทย์จัดฟันของ บริษัทอินวิสไลน์ในอเมริกา และแสดงผลการรักษาแก่ท่านโดย แบบจำลองในคอมพิวเตอร์กอนเริ่มการรักษาคนไข้ทุกคน โดยขณะสวมไส่เครื่องมือจัดฟันประเภทนี้ยากที่ผู้ใดจะมองเห็นว่าท่านจัดฟันอยู่



การจัดฟันถอดได้แบบใส เป็นเครื่องมือจัดฟันที่ถูกออกแบบมาเฉพาะบุคคล โดยใช้วัสดุที่บางใส เรียบติดกับเนื้อฟันไม่มีเหล็กหรือลวดจัดฟันมากวนใจ ขณะใส่เครื่องมือจัดฟัน อยู่คนรอบข้างแทบจะไม่มีใครสังเกตเห็น สามารถถอดออกได้จึงไม่ต้องยุ่งยากในการทำความสะอาดฟัน สามารถรับประทานอาหารได้โดยไม่ต้องกังวลว่าเครื่องมือจะหลุด หรือมีเศษอาหารติด เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีควรใส่เครื่องมือตลอดเวลาทั้งกลางวันและกลางคืน และถอดออกเฉพาะเวลารับประทานอาหาร แปรงฟัน หรือเวลาใช้ไหมขัดฟันเท่านั้น
การจัดฟันถอดได้แบบใส มีข้อจำกัดของการเคลื่อนฟันมากกว่าการจัดฟันทั่วไป จึงต้องให้ทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทำการตรวจวินิจฉัยเพื่อดูความเหมาะสมในการใส่เครื่องมือจัดฟันแบบถอดได้นี้ แต่ระยะเวลาในการจัดฟันแบบถอดได้นั้นไม่แตกต่างจากการจัดฟันด้านนอก แต่ราคาค่าใช้จ่ายจะสูงกว่าการจัดฟันด้านนอกทั่วไป เนื่องจากการจัดฟันแบบถอดได้เป็นการจัดฟันแบบพิเศษและมีความซับซ้อนทั้งยังต้องอาศัยความรู้ ความเชี่ยวชาญชำนาญ เป็นพิเศษของทันตแพทย์และทีมงานในการทำเครื่องมือแต่ละชิ้นนั้นเอง


คุณประโยชน์ของการจัดฟันแบบ Invisalign

• ไม่เป็นที่สะดุดตา เพราะมีความใสสังเกตุเห็นได้ยาก
• สามารถถอดออกได้ ง่ายในการรับประทานอาหารและการทำความสะอาด
• ไม่มีวัสดุที่สามารถติดเศษอาหารและคราบสกปรกซึ่งเป็นสาเหตุของฟันผุ
• การเรียงตัวของฟันที่เหมาะสมและถูกต้องช่วยให้มีสุขภาพเหงือกที่ดี
• ไม่รบกวนการพูด การทำงานที่ต้องใช้การพูดมากๆ
หมายเหตุ การจัดฟันแบบ Invisalign ไม่สามารถทำได้ในทุกกรณี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความเหมาะสม
และดุลยพินิจของทันตแพทย์ผู้รักษา

 

- จัดฟันด้านนอกด้วยเซรามิค Clear braces
การจัดฟันแบบเซรามิก/สีเหมือนฟัน
การจัดฟันด้วยเครื่องมือจัดฟันชนิดติดแน่นด้านนอกแบบเซรามิค Ceramic Braces

เป็นการจัดฟันโดยการติดเครื่องมือจัดฟันแบบเซรามิค (Bracket or Braces)
ไว้ที่ผิวด้านหน้า แล้วใส่ลวดผ่านร่อง Bracket เพื่อทำการเลื่อนและเรียงฟันให้สวยงาม
วัสดุที่ใช้ในการจัดฟันได้รับการพัฒนามากขึ้น ช่วยให้มีทางเลือกเพิ่มขึ้นให้แก่ผู้สนใจ โดยนอกเหนือจากใช้วัสดุโลหะแบบทั่วๆไป ในการจัดฟันแบบติดแน่น ปัจจุบันได้มีวัสดุสีเหมือนฟันที่ช่วยให้วัสดุในการจัดฟันเป็นที่สังเกตเห็นได้น้อยลง
การจัดฟันประเภทนี้จะใช้วัสดุที่มีสีเหมือนฟันแทนการใช้โลหะ ซึ่งช่วยลดความสะดุดตาในการจัดฟัน
หรือสังเกตุเห็นได้ยาก

 

- จัดฟันร่วมกับการผ่าตัด Orthognatlric Surgery
การจัดฟันควบคู่กับการผ่าตัด
ในบางกรณีการจัดฟันเพียงอย่างเดียวก็ไม่อาจแก้ปัญหาการสบฟันหรือการเรียงตัวกันของฟันที่ผิดปกติได้ จึงต้องอาศัยการผ่าตัดควบคู่ไปกับการรักษา เพื่อผลลัพธ์ และประสิทธิภาพที่ดี

ปัญหาที่ต้องอาศัยการจัดฟันร่วมกับการผ่าตัด
1. หน้าไม่ได้สัดส่วน (Midline Shift)
2. คางยื่น (Protruding Lower Jaw)
3. คางหดสั้นมากๆ (Recessive Lower Jaw)
4. ยิ้มแล้วเห็นเหงือก Gummy Smile)
5. ฟันบนกัดไม่ชนฟันล่าง (Open Bite)
- จัดฟันด้านนอกด้วยโลหะ Metal braces

การจัดฟันด้วยเครื่องมือจัดฟันชนิดติดแน่นด้านนอกแบบโลหะ
เป็นการจัดฟันโดยการติดเครื่องมือจัดฟันแบบโลหะ (Bracket or Braces) ไว้ที่ผิวฟันด้านหน้า แล้วใส่ลวดผ่านร่อง Bracket เพื่อทำการเลื่อนและเรียงฟันให้สวยงาม






  • การจัดฟันแบบโลหะธรรมดา
    เป็นวิธีการจัดฟันที่นิยมใช้มานาน โดยปัจจุบันได้มีการพัฒนาขนาดของวัสดุที่ใช้ให้มีขนาดเล็กลง มีประสิทธิภาพสูงขึ้น และให้ความรู้สึกสะดวกสบายเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย
    การจัดฟันแบบโลหะติดแน่น
    ปัจจุบันได้มีการพัฒนาเครื่องมือที่ใช้ในการจัดฟันให้มีขนาดเล็กลงและมีความสวยงามมากยิ่งขึ้น โดยการนำวัสดุต่างๆเช่น นิกเกิล ไททาเนียม และเซรามิก เป็นต้น ในการผลิตวัสดุที่ใช้ติดยึดบนฟัน และลวดที่ใช้ในการจัดฟัน

การจัดฟันแบบดามอน

การจัดฟันประเภทนี้เหมาะสำหรับคนที่ไม่สะดวกมาพบทันตแพทย์บ่อย เครื่องมือจัดฟันแบบดามอนจะทำการเคลื่อนที่ของฟันคุณแบบอัตโนมัติ สามารถมาพบทันตแพทย์ได้ ประมาณ สาม ถึงสี่ เดือน ต่อครั้ง

   

รีเทนเนอร์ ( Retainer )
รีเทนเนอร์ เป็นเครื่องมือที่ช่วยรักษาคงสภาพฟันให้คงที่ตลอดไป ไม่ ให้ตัวฟันเคลื่อนที่ออกจากตำแหน่งเดิม
หลังจากถอดเครื่องมือจัดฟันแล้ว คนไข้จะได้รับเครื่องมือตัวนี้ ท่านสามารถเลือกสีสันได้ตามใจชอบหรือสีรุ้งก็ได้
ระยะเวลาในการใส่รีเทนเนอร์
ใส่ตามคำแนะนำของทันตแพทย์จัดฟัน ซึ่งขึ้นอยู่กับลักษณะของฟันโดยส่วนใหญ่แล้ว ในปีแรกหลังจากการถอด
เครื่องมือจัดฟัน ควรใส่รีเทนเนอร์ตลอดเวลา จะถอดได้เวลารับประทานอาหารและแปรงฟันเท่านั้น
สำหรับเวลากลางคืนก็ต้องใส่นอนด้วย หลังจากนั้นทันตแพทย์ของท่านจะ แนะนำว่าควรใส่ต่อนานอีก เท่าใด

 

   

ทันตกรรมสำหรับเด็ก
การทำความสะอาดฟันสำหรับเด็ก

การดูแลความสะอาดในช่องปากเด็ก ควรพาลูกของท่านมาพบทันตแพทย์ เมื่อมีฟันซี่แรกขึ้นในช่องปาก
หรืออย่างช้าไม่เกิน อายุ 1 ขวบ เพื่อให้เด็กมีความคุ้นเคย และรับคำแนะนำเรื่องการดูแลรักษาสุขภาพฟัน
รวมถึงการป้องกันฟันผุด้วย  ไม่ควรพาลูกของท่านมาพบเมื่อมีฟันผุหรือมีอาการปวดฟันและพามา
พบทันตแพทย์ เด็กอาจจะกลัวทันตแพทย์ และทำให้เกิดความกลัวฝังใจได้

 

วิธีการแปรงฟันสำหรับเด็ก

การแปรงฟันควรเลือกแปรงสีฟันที่เหมาะสมกับเด็ก ขนาดและขนแปรงที่อ่อนนุ่มสำหรับเด็ก
การแปรงฟันเด็กควรใช้วิธีขยับไปมาสั้นๆ   (ใน แนวนอน แบบ ถูไปมา ) โดยขนแปรงจะคลุมฟัน
ประมาณ 2-3 ซี่ แปรงให้ครบทุกซี่ของทุกด้านฟัน ในกรณีที่ลูกของท่านไม่ร่วมมือ ให้ ลูกของท่านนอนหนุนตักท่าน เงยหน้าขึ้นเล็กน้อย ใช้นิ้วมือด้านที่ไม่ได้จับแปรงช่วยแหวกกระพุ้งแก้มเบาๆ ทำให้เห็นฟันบริเวณข้างแก้มได้


Our Dental case




 
 
Copyright 2010 © Century Dental Clinic.
All Rights Reserved. Designed by khaijeaw.com